tour

สวีเดน

เส้นทางสายมิตรภาพ

city

swedenสวีเดนเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ ผู้คนก็น่ารักพวกเขาก็รักเมืองไทยมากๆ รักมากจริงๆ เนื่องจากสวีเดนเป็นประเทศที่มีความผูกพันกับประเทศไทยมาช้านาน นับร้อยปีเลยทีเดียว

รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสยุโรปถึง 2 ครั้ง ในครั้งนั้นก็มีการเสด็จประพาสสวีเดนด้วย พระองค์เสด็จยังกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของสวีเดน แล้วเสด็จขึ้นไปทางตอนเหนือด้วยเรือและรถไฟ กระทั้งถึงบิสโกเด้น (Bispgarden) เมืองเล็กๆ ในรากุนดา ซึ่งมีถนนสายหนึ่งที่พระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินผ่านในขณะนั้น เป็นเพียงถนนสายเล็กๆ เรียกกันว่า ถนนจุฬาลงกรณ์ (King Chulalongkorn’s Road) ซึ่งเป็นการเรียกขานชื่ออย่างไม่เป็นทางการ แต่หลังจากนั้นราวอีก 50 ปี ทางรัฐบาลสวีเดนร่วมกับหน่วยงานภาคธุรกิจเอกชนได้ทำการบูรณะ ติดตั้งป้ายชื่อถนนจุฬาลงกรณ์ไว้อย่างเป็นทางการ ต่อมาเมื่อมีคณะนักศึกษาระดับปริญญาเอกเดินทางไปศึกษาต่อที่สวีเดน ด้วยความที่เป็นนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางคณะอาจารย์ที่มหาลัยสวีเดนจึงบอกกับนักศึกษากลุ่มนั้นว่า ที่นี่ถนนชื่อจุฬาลงกรณ์ด้วยนะ

ทีแรก นักศึกษากลุ่มดังกล่าวก็แปลกใจ เลยตัดสินใจพากันขับรถไปดู พอได้เห็นถนนที่มี่ป้ายชื่อว่าจุฬาลงกรณ์ติดตั้งอยู่จริงตามที่อาจารย์บอก จึงมีการรวมตัวกันระหว่างกลุ่มนักศึกษาและชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสวีเดน ซึ่งนั้นเองเป็นที่มาของการสร้างพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เรียกได้ว่าเป็นพระที่นั่งทรงไทยองค์ใหญ่ที่สุด ที่อยู่นอกราชอาณาจักรไทย ทั้งยังประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เต็มพระองค์ด้านในพระบรมราชานุสรณ์ทรงไทยเพียงแห่งเดียว ฤดูร้อนอาจจะยังไม่แปลกเท่าฤดูหนาว ซึ่งในฤดูหนาวจะเห็นหิมะปกคลุมศาลาทรงไทยสวยงามมาก เป็นภาพที่แปลก เพราะเราไม่ค่อยเห็นพระที่นั่งทั่วไปมีหิมะ ที่นี่จึงเป็นที่เดียวในโลกเลยก็ว่าได้

ส่วนเรื่องอาหารการกิน ถ้ามาสวีเดนต้องทานแซลมอน ปลาแซลมอนที่นี่อร่อยมาก ไม่ว่าจะปรุงแบบไทยหรือแบบฝรั่ง ก็อร่อยทั้งนั้น เพราะเป็นปลาแซลมอนที่สดมาก อาจเป็นเพราะสภาพของน้ำและสภาพของประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ชาวสวีเดนให้ความใส่ใจเรื่องการรักษสภาวะแวดล้อม และการรณรงค์เรื่องสถาวะโลกร้อยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เรียกว่าเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ นอกจากปลาแซลมอนแล้ว สวีเดนยังมีของหวาน คือ คุกกี้แอนนา ซึ่งสมัยก่อนจะเรียกว่า คริสต์มาสคุกกี้เพราะทำรับประทานกันเฉพาในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น แต่พอเริ่มเป็นที่นิยมาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้ชิมในช่วงคริสต์มาส ก็เลยทำออกมาขายกันทั้งปี การได้ชิมขนมอร่อยเหล่านี้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของการท่องเที่ยวเหมือนกัน

Must Destination

- กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เป็นเมืองหลวงที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก ด้วยมีเกาะใหญ่ เกาะเล็ก โอบล้อมของทะเลบอลติกและทะเลสาบมาลาเรน (Lake Malaren) และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์วาซา (Vasamuseet หรือ Vasa Museum) ซึ่งเก็บรักษาเรือรบโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลมานานกว่า 333 ปี และศาลาว่าการเมือง ผลงานการออกแบบของ รังนาร์ ออสเบิร์ก (Rangnar Osberg) ก่อด้วยอิฐแดงถึง 8 ล้านก้อน ใช้เวลาก่อสร้างถึง 19 ปี ข้อมูลการท่องเที่ยวสวีเดนดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.visitsweden.com

Best Time to Visit
ธันวาคม – มกราคม เทศกาลแห่งความสุขช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ในแถบขั้นโลกเหนือ มีโอกาสชมแสงออโรร่าทางตอนเหนือของประเทศ
กุมภาพันธ์ – เมษายน ร่วมกิจกรรมฤดูหนาวในแลปแลนด์ หรือชม โรงแรมน้ำแข็งที่คิรูนา
ปลายพฤษภาคม – ต้นสิงหาคม ปรากฏการณ์แห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืนทางตอนเหนือ
กันยายน – พฤศจิกายน ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี

Travel Plan

หากต้องการจะเดินทางท่องเที่ยวสวีเดนให้ครบ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ควรใช้เวลาในการเดินทางโดยประมาณทั้ง 8-10 วัน แต่หากต้องการเที่ยวแบบเจาะลึกตามเมืองต่างๆ มีข้อแนะนำดังนี้

- กรุงสต็อกโฮส์ม (Stockholm) และเมืองรอบๆ ควรใช้เวลาประมาณ 2 วัน

- เมืองชุนด์สวาล (Sundasvall) และเขตรากุนดา (Ragunda) ตามรอยเสด็จประพาสของสมเด็จพระปิยมหาราช ชมพระบรมราชานุสรณ์ที่เมืองบิสโกเด้น (Bisgarden) ควรใช้เวลาประมาณ 2-4 วัน

- เมืองเซเลฟทิโอ (บ้านซานตาคลอส) สัมผัสกิจกรรมฤดูหนาว ควรใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน

- เมืองคิรูนา ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน หรือสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นแบบขั้วโลกเหนือในโรงแรมน้ำแข็ง ช่วงฤดูหนาว ควรใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

 2013-07-25 13